อย่าเชื่อ

>>>::one picture::million word::one picture::million word::one word::million picture::some word::some one>>::>>>

รถไฟฟ้าต้องมาหานะเธอ ตุลาคม 27, 2009

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 7:15 pm

ใครนะ… บอกว่าความรักของบัณฑิต จืดสนิทดุจน้ำ
ใครนะ…บอกว่าความรักของคนอ่อนแอ หวานดั่งสุรา

bts
หรือเรื่องรักจะต้องให้คนรักอ่านถึงจะเข้าใจ
ลองอ่านนี่ดู “แม่หนทางที่ทอดไปสู่บ้านเธอจะคดเคี้ยวเพียงใด เขาก็ไปถึงจนได้ ด้วยใจที่เต้นตึ๊กตั๊กเหมือนกลองเพล
ระหว่างนั้นมีสายน้ำใสขวางทางอยู่
น่าลงไปอาบให้ฉ่ำชื่น ถ้าไม่มีศพลอยมาตามน้ำบ่อยๆ…..”

หรือนี่เป็นบทเริ่มของนิยายรัก
ถ้าหากเรา/ผม/ฉัน/คุณ/ข้าพเจ้า จะเริ่มต้นเขียนนิยายโรแมนติกต้องเริ่มต้นว่าอย่างไรดี

นี่เป็นการพยายามเขียน หลังจากที่ร้างรามานาน
มันออกจะไร้สาระกว่าบทอื่น แต่มันเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ

……………………….

 

วันที่แสนเหนื่อย มกราคม 12, 2009

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 6:32 pm

ในวัยเด็กเราเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ ยิ้มตอนที่ตัวมอมแมม

“ลายเซ็นต์แบบนี้อย่าไปเป็น ผอ. นะ”

ใครบางคนค่อนขอดผมเมื่อเห็นปลายปากกาตวัดอย่างไม่ลืมหูลืมตาไปบนกระดาษที่มีช่องไฟอยู่เพียงเล็กน้อย
“กินที่”

เพราะลายเซ็นต์ยุ่งเหยิงและสลับซับซ้อนทำให้วันนี้ผมต้องเคลื่อนที่เป็นระยะทางเกือบสองร้อยกิโลเมตร
แต่มันเป็นการเคลื่อนที่ไปในเมืองคอนกรีต โดยการนั่งอยู่หลังพวงมาลัย
วนอยู่กับคน และคอมพิวเตอร์ ไฟเขียว และไฟแดง
“น่าเบื่อ” คือคำที่เราในกิจกรรมที่ทำอะไรซ้ำซาก เดิมๆ

มนุษย์ทนความจำเจได้กี่ครั้งก่อนที่จะเอ่ยคำว่าน่าเบื่อออกมา มีใครวิจัยเรื่องนี้แล้วบ้าง? ไม่ยักทราบ
เราหายใจ และรับประทานอาหารมื้อใหม่อย่างไม่เคยเบื่อ

ยายเนียม และยายไฮ เบื่อที่จะเคี้ยวข้าว

ก่อนวันนี้สิบกว่าชั่วโมงแผนการเกิดในสมองอย่างคร่าวๆ
มันถูกเขียนเป็นข้อๆ บนกระดาษบันทึกเล็กๆ
ระบบบันทึกล้นออกมาจากสมองที่ชักจะสูญเสีย timing
เพื่อป้องกันคำอุทานประเภทที่ว่า “โธ่ ไม่น่าลืมเลย”

แผนการที่ว่า…
1. เรื่องสำคัญมาก ต้องพบลูกค้าที่ถ.เพชรเกษม 81
0.5 ก่อนพบลูกค้าที่ พ.ษ.81 ต้องไปเจอกับผู้ที่จะพาไปพบลูกค้าที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า
2. การส่งมอบที่รออยู่แล้วตรงอ่อนนุช 46
1.5 ก่อนส่งมอบต้องทำพิธีที่พันธุ์ทิพพลาซ่า
0.75 เกือบลืมไปหลังจากออกจาก พ.ษ. 81แล้วให้ไปวิเคราะห์ปัญหาที่ พุทธมณฑลสาย3
0.8 กรณี 0.75 ทำให้เกิดกรณี 1.6 (ที่ IT CITY ไวรัสยังคงกินเครื่องที่ให้บริการรับคิวซ่อมของลูกค้า)

น้องรู้มั๊ยค่าจอดรถที่พันธุ์ทิพย์ชั่วโมงละกี่ตังค์
ไม่มีระบบสำรองเลยเหรอ กะอีแค่บัตรนัด (Solution ผุดเป็นดอกเห็นในหัว)
ไวที่สุดที่จะเป็นไปไ้ด้
ASAP you know ?
บางครั้งเราต้องปล่อยไปตามยถากรรม อย่าไปคาดหวังกับระบบที่สมบูรณ์

1.75 งานแทรกที่เยาฮัน คำขาดสุดท้าย ก่อนจะหมดความเชื่อถือ
3. ลูกศิษย์รอเรียนพิเศษเวลาหกโมงเย็น
2.5 ลูกค้ารอข้างบ้านลูกศิษย์

priority คือการเรียงจากน้อยไปหามาก แต่สมองยังหลั่งไหล task ออกมาเรื่อยๆ โดยไม่เรียงลำดับ เกือบลืมไปว่าหนึ่งวันมีกี่ชั่วโมง
สมองมนุษย์ไม่ใช่คอมพิวเตอร์
สเตปง่ายๆ minimize task ไว้ใน task bar
มันไม่ทึ่มที่จะทำตามอย่างไร้ข้อตะขิดตะขวงใจ
Computer สองเครื่องต่างกันตรงที่ทำงานอย่างทึ่มๆ ได้เร็ว หรือช้ากว่าเท่านั้น

การปฏิบัติเพื่อที่จะบรรลุแผน

1. ไปเซ็ลทรัลปิ่นเกล้า
2. ไปเพชรเกษม 81
3. ไปพุทธมลทลสายสาม
4. ไปเยาฮัน
5. ไปอ่อนนุช 46
6. ไปบ้านลูกศิษย์

ความสุขคืออะไร?
บางครั้งความสุขคือการไป
บางครั้งความสุขคือการหยุดอยู่กับที่เฉยๆ

สัญญาที่ต้องรักษาสัญญา และลูกค้าคือพระเจ้า
เราจะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา
มันไม่ใช่เงิน
สูตรที่หนึ่ง : เอาความยากลำบาก(กิจกรรมที่ทำ)ไปแลกเงิน เพื่อที่จะได้เงิน เพื่อที่จะไม่ลำบาก
เงื่อนไขอื่น : เงินสามารถได้มาด้วยกิจกรรมง่ายๆ ที่ไม่ลำบากก็ได้
ข้อวิเคราะห์ : กิจกรรมที่ทำสำคัญกว่าเงิน เพราะเราพุ่งไปที่กิจกรรมที่ทำแล้วไม่ลำบาก
คำถาม “เพื่ออะไร” จะเกิดขึ้นเสมอจากสมองที่ไม่ได้ทำงานอย่างทึ่มๆ เหมือนที่คอมพิวเตอร์ทำอยู่

เพียงคนที่รอที่รอเราอยู่ได้รับการส่งมอบที่ดีที่สุด
เพียงคำสุดท้ายที่ศิษย์ของเราจะบอกว่า “ขอบคุณค่ะอาจารย์”
เหนื่อยแสนเหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้ง

 

อีกไม่นานเกินรอ…สหาย ตุลาคม 7, 2008

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 7:04 pm

ก่อนถึงนาทีใคร โดนดักฆ่า
ประวัติศาสตร์มีมา ให้เรียนรู้
ก่อนถึงวันลูกศิษย์ คิดล้างครู
เรายังอยู่พาวิญญา หาอะไร

มีดเคยเหลาหัวเรา ให้หัวแหลม
กลีบดอกแย้มบานรับ ขับป่าใต้
ร่มพฤกษ์ดงไพร กลิ่นใบไม้
มีสหายร่วมดักยิง ในถิ่นงาน

ก่อนถึงวันกำเนิดสหาย
พวกเจ้านายล้อมเมือง เลือดเดือดพล่าน
เกมในกลทนทุกข์ ปลุกกลงาน
มันเคยผ่านนานครัน เหมือนฝันไป

เราเคยฝันป่าล้อมเมือง เฟื่องฟุ้ง
นั่นสายรุ้งเธอไปคว้า มาได้ไหม
เลือดหรือเนื้อพล่ามบ้า เหงื่อไคล
แล้วพวกมันเดินไป ไหนกันแล้ว

นกสีเหลืองเคยบิน ถิ่นเคยอยู่
พวกนกรู้ นกสองหัว ลวงเพื่อนแก้ว
ป่ายากไร้ใครจะตาย ไม่เอาแล้ว
มีบ่วงแร้วนายพราน อันตราย

ไม่มีไรดีกว่า ทุนบ้าคลั่ง
แล้วเพื่อนยังรถใหญ่ ให้คนใช้
ตีนลอยคอยสอพลอ ต่อหัวใจ
เรามาใกลเกินจะกู่ รู้ความจริง

มีความบ้า ความห่า และความห่าม
สวาปามไม่พอ รอบนหิ้ง
ปลดแต่เนื้อเถือหนัง ขว้างทิ้ง
ไม่ประวิงเวลา หามาเติม

โลกยังมีสองขั้ว รั้วสองข้าง
ยื้อความห่าม ปรามความบ้า หาส่งเสริม
มีความถูก ลูกความผิด จริตเติม
ยังเหมือนเดิม กิเลศหนา ราเอื้อเฟื้อ

แล้วสงครามครั้งสุดท้าย ได้อะไร
หรือมั่วไป ตายเปล่า เขาล่อเนื้อ
สำลักควัน สนองตัณ หาเพื่อ
เบียดความเบื่อ ซ้ำซาก อีกสักคราว

สดุดีเอาไป เราจะให้
กลีบดอกไม้กลิ่นดอกโมก อย่าโศกเศร้า
แล้วที่เหลือ มีแต่กล้า อย่ากลัวเขา
พรรคพวกเราหนังเหนียว และเพรียวลม

อีกไม่นานเกินรอ หรอกสหาย
เพื่อนจะได้สมใจ และสุขสม
สมใจอยากที่ตรากตรำ พร่ำตาข่ม
ฝืนระบบทนระกำเหมือนจำใจ

รอหน่อยน่า อีกไม่นานหรอกสหาย
ฝ่ายไหนพ่ายเราจะเหยียบและเสียบให้
เกมบ้าบ้า วิ่งหาในความตาย
ที่เหลือใบ้ มองไม่เห็น ในเป็นไป

อย่าเพิ่งเบื่อดูทีวี นะสหาย
ไม่เกินบ่ายหรอกน่า เกมวัดใจ
เป็นกองเชียร์ คอยเลีย สุขสดใส
ก็แค่ตาย ช่างมัน ฉันไม่แคร์

อีกไม่นานเกินรอ หรอกสหาย
ได้เลือกตายถ้วนหน้า จากพ่ายแพ้
เฮ้ย!! ที่นี่มันมีแต่คนแน่
ใช่ลูกแหง่ ฟันไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

เอาหละถึงเวลาที่ว่าแล้ว…..

 

มุมยิงประธานาธิบดี -อวสาน กันยายน 27, 2008

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 7:16 pm

เรื่องมันต้องจบ

ด้วยประกาศิตจากคำสั่งหยุดยิง
เจ้าหน้าที่ประจำปืนยังมันมือจากแรงกระเทือนของเครื่องชาร์จประจุและแรงสะท้อนถอยหลังเล็กน้อยจากการยิงเมื่อครู่
ด้านล่างควันไฟลอยออกมาจากพิกัด นต.27-4 เหลือไฟลามเลียรูโหว่ขนาดสองชั้นตึกมิลลิเนี่ยมสเตจ ควันจำนวนมากปกคลุมทัศนิยภาพด้านล่างจนมองด้วยตาเปล่าลำบาก แมงปอและแมงเม่าบินคุมเชิงในพิกัดตัวเอง รอคำสั่งต่อไปจากหริราช

…………………

แม้ไม่ตายด้วยการย่างสด แต่กล้ามเนื้อทั้งตัวก็ปวดระบมไปหมดด้วยแรงกระแทกอัดจากคลื่นพลังงานมหาศาล การกระจุกตัวของคลื่นทำให้เกิดกำลังงานเชิงกลได้ เหมือนเขาโดนนักเลงก้นซอยรุมกระทืบ
เมื่อแง้มแผ่นสะท้อนคลื่นออก แสงแรกทำให้เขาสายตาพร่ามัว มองเห็นสิ่งรอบกายเป็นสีขาวไปหมด
เขาเอามือขยี้ตา เพื่อให้ตาปรับภาพให้ชัด มันไม่เป็นผลมากนัก ภาพที่เห็นเบลอๆ นอกจากตามองแทบไม่เห็นแล้วหูเขายังไม่รับเสียงอีกด้วย บัดดนี้เขาฟังอะไรไม่ได้ยิน

หมดอาวุธแล้ว เขาก็สิ้นเขี้ยวเล็บ ในสภาพใกล้สิ้นลมของเขาสมองยังทำงาน

“ฮึๆๆ ฉันจะทิ้งไว้เพียงรหัสนัย”
“ความลับแห่งการฆ่าประธานาธิบดี จะคงอยู่กับเราตลอดไป”

นี่แผนสุดท้ายมันมาถึงไวเกินคาด ต่อไปโลกจะไม่มีอีกแล้ว ความคิดวกวนอยู่ในสมองเขาซึ่งมันคือกระแสไฟฟ้าเล็กน้อยที่ไหลเวียนอยู่ใน วุ้นขาวๆ เข้าช่องนี้ ออกช่องโน้น วุ้นเหล่านี้โดนยึดด้วยผังผืดยืดๆ และหุ้มด้วยกระดูกอีกที สมองที่ป้องกันหูติดกัน คิดถึงแผนสุดท้าย

เหลือสิ่งสุดท้าย อย่าประวิงเวลา แม้ว่ามันจะนึกได้ว่า เวลาที่ทำอะไรไม่ทันคือเวลาที่สำคัญที่สุด

แล้วกระแสไฟในวุ้นเละๆ นั้นก็ปั่นป่วน บางทีช๊อตเซอร์กิต
/อืม…ตอนที่เรียนมหาลัยปีสุดท้าย มีสาวมาหาเขาสองคน คนนึงอ้วน คนนึงผอม พวกเธอกำลังจะส่งโครงงานในวันพุธอยู่แล้ว วันนั้นคือวันอาทิตย์หรือไง

“ขาดเพียงโค้ทลิ้งเท่านั้นค่ะพี่”
“พี่คือคนที่โปรแกรมได้เนียนสุดในภาคแล้ว ช่วยพวกหนูด้วยนะ”
“ทั้งเทอมพวกเธอเอาเวลาไปทำอะไร”
“การเผางานก็เริ่มขึ้น”/

/ความอยากรู้ซอกซอนไปทั่ว
วันนั้นเธอพาเขาไปในหองเช่าของพวกกรรมกร เขาเลี้ยงเธอด้วยเบียร์ยี่ห้อสัตว์ชนิดหนึ่ง/

เขากุมต้นคอ มันปวดปลามาจากบริเวณนั้น
ตามองเห็นฉากขาวบ้าง ดำบ้าง ติดๆ ดับๆ เหมือนทีวีสายไฟช็อต
นี่มันมิติอะไรวะเนี่ย
แล้วภาพใบหน้าประธานาธิบดีก็ปรากฎอยู่ข้างๆ เขา ใกล้เหมือนจุถูกประธานาธิบดีจูบ

“แกโดนวัตถุหลอกให้ทำงาน”
“ท่าน…” เขาสะดุ้งสุดตัว ไม่คาดคิดว่าคนที่เขาแอบลอบสังหารจะตามหาเขาเจอ ปากเอ่ยคำออกไปอย่างอัตโนมัติ

แล้วภาพประธานาธิบดีเต็มตัวก็ปรากฎต่อหน้าเขา ไหนว่าประธานาธิบดีม่องเท่งไปแล้ว
“ปืนไตรโครตรอนใช้ไม่ได้ผลหรือไง ???”

/เด็กปั้มและเพื่อนเด็กปั้มในห้องเช่าที่อยู่รวมกัน/
/ภาระกิจที่กระทำโดยการเก็บเสียง และการร่อนยาวเพื่อบรรลุอะไรบางอย่าง/
/มือในแขนเสื้อยีนส์ ในแท็กซี่/

ร่างเขาเกร็งและกระตุกอยู่ในห่อแผ่นสะท้อนคลื่นบนทางเดินชั้นที่13 ของมิลลิเนี่ยมเสตจ เลือดยังไงก็เป็นสีแดง มันไหลออกจากรูจมูกและช่องปากจนเลอะพื้น

………………..

“เว้นตายข้าศึกไว้”…”จับเป็น”…”ขอย้ำ เอากลับมาแบบมีลมหายใจ”…
เสียง ของหริราชดังอยู่ในหูฟังใต้หมวกกันกระสุนโลหะของหน่วยพิสูจน์ภาคพื้น หลายสิบตีนวิ้งอ้อมรูโหว่ที่ติดไฟอยู่ขึ้นไปชั้นบนของตึกอย่ารีบเร่ง

…………………

/แท็กซี่จอดแล้ว สาววัยรุ่นในเสื้อยีนส์เดินลงไปพร้อมกับญาติ/ ภาพในความทรงจำโบราณมักตามหลอกหลอนผู้ที่จะออกจากด้านมืด  มารมักจะมาผจญตอนที่ใครจะเข้าร่วมกับด้านดี

สมองพาเราสู่จินตนาการ ไม่ทราบว่ามิติไหน
มันไม่มีอยู่จริงแต่เราก็จับยึดมันไว้เป็นอารมณ์

“วัตถุหลอกใช้งานคุณ” ใบหน้าประธานาธิบดีชัดขึ้นมาอีก น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยเมตตากว่าหนแรก
“ท่าน…” เขาคราง พร้อมยกมือเอื้อมขึ้นข้างบนที่ใบหน้าประธานาธิบดีลอยอยู่ เหมือนให้ดึงมือขึ้นจากอาการตกน้ำ
นี่มันมิติอะไรกัน เราอยู่ในที่ไหนกันแน่ หากที่ๆ อยู่ปัจจุบันคือที่จริงแล้วตอนที่เราส่องยิงคือความฝันหรือ

“วัตถุ หลอกใช้พวกเรามาตลอด…ให้เราผลิตมัน…ให้เราบำรุงรักษามัน…”
“ท่าน..นน..ประธะ..ธา..นาธิบดี ท่านตายหรือยัง” เสียงหลุดจากลำคอเขาแหบแห้ง ขาดเป็นห้วงๆ
“เห็นหรือไม่ว่าวัตถุมันเจริญงอกงามขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สายพันธุ์มนุษย์กลับทรุดโทรม มนุษย์เป็นทาสที่ทำให้พวกมันดีวันดีคืน”
ท่านปธน. ไม่ตอบแต่กลับพล่ามต่อในเรื่องเดิม

“มันเกี่ยวอะไรกัน” เขาเหมือนจะลอยอิสระ แต่ก็ถามไปตามน้ำ
“มนุษย์บางผู้ทุ่มเทแรงกายและแรงงานทั้งชีวิตเพื่อทำให้วัตถุดีขึ้นเท่านั้น ทำไมแกต้องเชื่อปืนไตรโครตรอน”
“หือ..อออ..” เขาเกือบกระจ่าง

“ปืนไตรโครตรอนมันทำได้แค่ย้ายมิติเดิมให้ข้ามาอยู่ในมิติใหม่ หากมนุษย์จะเรียกว่าตายข้าก็พึงประสงค์ พอกันทีกับความงี่เง่าที่ตกเป็นข้าทาสของวัตถุ”
“แสดงว่าผมก็ตายแล้ว” เขาเสียวสันหลังวาบ หรือปธน. จะแกล้งอำเล่น

หรือนี่คือห้องสอบสวนของศูนย์ติดตามเฝ้าระวังความเคลื่อนที่ของประธานาธิบดี ที่กำลังมอมยาเขา และใช้จิตวิทยาเพื่อหลอกเอาข้อมูลสำหรับถอดรหัสจากกล่องที่เขาทิ้งไว้ตรงมุม ยิงประธานาธิบดี

แสดงว่าิสิ่งที่เขาวางยาไว้ได้รับความสนใจ

แล้วอะไรคือความจริง มิติไหนคือความจริง
ภาพปัจจุบันคือเขากำลังนอน หมอบคุยอยู่กับใบหน้าประธานาธิบดีที่ลอยอยู่ไม่ไกล นอกนั้นเขามองเห็นเป็นสีขาวไปหมด ไม่มีวัตถุอื่นๆ นอกเสียจากบรรยากาศ

“เจ็ดแสนล้านที่ข้าถมทะเลทิ้งในมิติก่อนเพื่อพยุงลัทธิทุนนิยมงี่เง่ามันใช้ไม่ได้ผล”
” มันบริโภคกันบ้าระห่ำขนาดนั้น ใครจะเอาอยู่ วัตถุยึดครองพวกเราได้เกือบหมดแล้ว” ประธานาธิบดีพล่ามให้เขาฟัง ในขณะที่เขานอนเคลิ้มเหมือนฟังเพลงสวด

“ดีแล้วที่คุณมายิงผมทันเวลา ขอบคุณมากที่ทำให้ผมหลุดออกมาจากความเป็นทาสได้”
เหลือเชื่อ เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

…………………

เขารู้สึกว่ามีอะไรกระทุ่งไปตามลำตัวเล็กน้อย แม้หูเขาไม่ได้ยินแต่เขารู้สึกได้ว่าแรงนั้นคือพื้นรองเท้าที่กำลังถีบเขี่ย ไปตามตัวเขาเพื่อจะพลิกดูใบหน้า ความรู้สึกนั้นเบาบางเต็มที

หริราชกระโดดลงมาจากแมงปอก่อนที่ขาหยั่งแมงปอจะแตะพื้น ใบหน้าขาวคมไร้ขนตัดกับชุดสีดำยังเรียบนิ่งเหมือนปราศจากอารมณ์ ชายเสื้อคลุมเขาปลิวไปตามแรงลมที่ดูดโดยแมงปอ
ไม่นานนักเขาก็มาถึงพิกัด นต.27-4

“บอกแล้วไงว่าให้จับเป็น…” เขาตะคอกใส่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้มือ แล้วก็กระชากคอเสื้อจนสายคล้องปืนของเจ้าหน้าที่คนนั้นหลุดจากที่เกี่ยวรัด ไว้ ปืนประจำกายร่วงหลุดจากสายคล้องลงไปกระแทกพื้น

ระยำ..มันยังไม่ได้ล็อกไก สวิทย์มันอยู่ในตำแหน่ง ยช.

ปัง ปัง ปังปัง

กระสุนถูกถีบเข้ารังเพลิงด้วยแก๊สที่อัดจากการระเบิดของกระสุนนัดก่อน จนหมดแม็กกาซีน มันไร้ทิศทาง อ๋อ..ไม่ใช่ซิ มันมีทิศทางแต่ไม่ได้ควบคุมด้วยมือมนุษย์
ใครว่าวัตถุไม่มีความคิด

………………………..

ในฉากสีขาวนั้นภาพใบหน้าประธานาธิบดีแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ และบริเวณเดียวกันก็ปรากฏใบหน้าสีขาวเกลี้ยงแบบผิวพรรณที่โดนทนุถนอมด้วย ม้อยเจอไลเซอร์ ถึงแม้ว่ามันเป็นใบหน้าที่ปราศจากหนวดและเคราแต่ก็ดูออกว่ามันเป็นใบหน้า ผู้ชาย

(จบบริบูรณ์)