อย่าเชื่อ

>>>::one picture::million word::one picture::million word::one word::million picture::some word::some one>>::>>>

ยกระดับข้าราชการ ธันวาคม 11, 2008

Filed under: article — sector13 @ 1:23 pm

เกิดมาพ่อผมก็เป็นครู
ผมเลยเป็นลูกครู
ต่อมาพ่อผมเป็นครูใหญ่
ผมเลยต้องเป็นลูกครูใหญ่
ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น และเมื่อผมได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์พ่อไปโรงเรียนตอนเช้า เพื่อก็ต้องโค้งคำนับเราตลอดทาง
เปล่า พ่อไม่ได้สอนโรงเรียนเดียวกับที่ผมเรียน แต่ความเป็นลูกครูใหญ่อีกโรงเรียนหนึ่งเหมือนว่าบารมีของพ่อจะครอบคลุม เรารู้สึกอย่างนั้น และความเป็นลูกครูทำให้เราคิดว่าเราเก่งกว่าใคร ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเราก็พื้นๆ เหมือนสัตว์พันธุ์พื้นเมื่อง เหมือนวัชพืชที่ทนต่อโรค เพียงแต่อีโก้เรายกเราขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเท่านั้น

อันที่จริงพ่อเราตอนนั้นก็คือข้าราชการจนๆ คนหนึ่ง ที่มีหนี้สินรุงรัง
ลองคิดถึงเสื้อสีกากีมันปลาบที่รีดลงแป้งจนสะท้อนแสง รองเท้าหนังที่ขัดจนสึก
สหกรณ์ออมทรัพย์คือแหล่งเงินกู้ที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ และการที่ต้องทำอะไรให้เข้าตาผู้บังคับบัญชาเพื่อที่จะได้สองขั้นในปลายปี

ครูคือตัวอย่างข้าราชการที่สมบูรณ์แบบ ที่ผมทราบถึงก้นบึ้งเนื่องจากเป็นลูกครู และเป็นลูกของเมียครู
ผมทราบดีว่าการสอนเด็กนักเรียนอย่างจริงจัง และการเข้าถึงชาวบ้านในระดับวงเหล้าทำให้ครูส่วนใหญ่ไม่ได้สอนการบ้านลูก และไ่ม่ได้กินข้าวกับเมียตอนค่ำ

เข้าประเด็นต้นเรื่องดีกว่า
หากได้สองขั้นต่อเนื่องกัน ลำดับขั้นก็ขยับ เหมือนกับยศที่เพิ่มขึ้น หมายความว่าถ้ายศสูงเท่าไหร่เงินที่มากก็ตามมาเท่านั้น เราเรียกยศนั้นว่า ซี หรือ Common Level ในภาษาอังกฤษ

ระบบ ซี นี้ยังครอบคลุมไปถึงข้าราชการอื่นๆ ด้วยนอกจากครู และต้องยอมรับว่าระบบนี้ยังมีจุดบกพร่องอยู่มากในการบริหารคนในองค์กร

ที่พูดมานานเพราะจะบอกว่าระบบ ซี ที่ใช้กันมานานประมาณสามสิบกว่าปีวันนี้โดนยกเลิกใช้ไปแล้วครับ
ระบบราชการไทยพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนแบบใหม่นั้นผมไม่ขอกล่าวถึงในแง่รายละเอียด แต่ก็หวังว่าคงดีกว่าระบบ ซี แบบเดิมสมัยที่พ่อผมเป็นครูใหญ่

…………………………..

 

PWS-Banker ไม่อันตราย แต่รำคาญ ตุลาคม 22, 2008

Filed under: article — sector13 @ 9:07 pm

เรื่องที่คอยกวนใจคนที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก็คงหนีไม่พ้นปัญหาเกี่ยวกับซอ ฟแวร์ที่พวกมือดีแต่ประสงค์ร้ายคิดค้นขึ้นมา นั่นก็คือไวรัส

อันที่จริงแล้วโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาเพื่อให้กระทำการบางอย่างนั้นไม่ใช่ว่าจะมีเฉพาะไวรัสเสมอไป
มันเริ่มแตกแขนงออกไปหลากหลาย ซึ่งพอจะจัดประเภทได้ดังนี้
๑) ไวรัส ลักษณะเฉพาะตัวก็คือ แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และทำลายไปในเวลาเดียวกัน เช่นลบไฟล์ หรือทำลายไฟล์ หรือเปลี่ยนแปลงไปเสียจากเดิม

๒) โทรจัน โปรแกรมพวกนี้จะฝังตัวอยู่ในเครื่องเราเพื่อกระทำการบางอย่างเช่น แอบเปิด backdoor ส่วนใหญ่โทรจันจะไม่ทำลายไฟล์

๓)มัลแวร์ พวกนี้คือโปรแกรมรำคาญ เช่นแอบโหลดตัวเองให้เปลืองเมโมรี่เล่นๆ ทำให้เน็ตเวิร์คทำงานช้า โปรแกรมประเภทนี้อันตรายต่อไฟล์ต่ำแต่จะทำให้เราทำงานช้า หลายคนคงจะเจอมาแล้วเช่นทำให้คลิกเม้าท์ขวาไม่ได้ อะไรประเภทนี้

๔)แอดแวร์ ชื่อก็บอกว่าโฆษณา เช่นลิ้งค์ไปยังเวปที่กำหนดทุกครั้งที่เล่นเนต จะปิดหน้าต่างทิ้งก็ไม่ได้ ส่วนใหญ่จะแถมมากับโปรแกรมฟรีที่เชิญชวนให้ดาวโหลด

จะยังไงเราก็ต้องเจอเข้าสักอย่าง บางครั้งเจอแล้วแต่ยังไม่รู้ตัวก็เป็นได้
อย่างลูกค้าผมรายหนึ่งแจ้งมาว่าเครื่องคอมฯ ทำงานช้า อืดมาก
ผมถามว่าเครื่องติดไวรัสหรือเปล่า
เค้าตอบว่า ไม่มีเลย ไม่เห็นเครื่องโชว์ว่ามีไวรัสอะไร ใช้มานานแล้ว ไม่เคยมี

เมื่อไปตรวจสอบดูพบว่าเครื่องคอมฯ เครื่องนั้นไม่มีตัวแอนตี้ไวรัสเลย
ผมบอก ทำไมไม่ลง
เค้าว่า ก็พี่ลงแล้วมันขึ้นแดงๆ ทุกที พี่รำคาญเลยเอาออก ตั้งแต่นั้นมาไม่มีไวรัสเลย
เอากะพี่แกซิ

ล่าสุดตอนนี้ผมเจอด้วยตัวเองเต็มๆ มันขึ้นยังงี้

พยายามมาสองสามวันแล้วครับที่จะสลัดให้หลุดจากโทรจันตัวนี้ แต่ยังไม่พบวิธีที่ถูก
ถึงแม้ PWS-Banker.dll จะไม่อันตราย แต่มันก็รำคาญอยู่เหมือนกัน
ไว้พบทางออกแล้วจะเอามาลงอีกทีนึงครับ หรือใครเคยเจอก็ช่วยแชร์หน่อยครับ

 

อีกไม่นานเกินรอ…สหาย ตุลาคม 7, 2008

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 7:04 pm

ก่อนถึงนาทีใคร โดนดักฆ่า
ประวัติศาสตร์มีมา ให้เรียนรู้
ก่อนถึงวันลูกศิษย์ คิดล้างครู
เรายังอยู่พาวิญญา หาอะไร

มีดเคยเหลาหัวเรา ให้หัวแหลม
กลีบดอกแย้มบานรับ ขับป่าใต้
ร่มพฤกษ์ดงไพร กลิ่นใบไม้
มีสหายร่วมดักยิง ในถิ่นงาน

ก่อนถึงวันกำเนิดสหาย
พวกเจ้านายล้อมเมือง เลือดเดือดพล่าน
เกมในกลทนทุกข์ ปลุกกลงาน
มันเคยผ่านนานครัน เหมือนฝันไป

เราเคยฝันป่าล้อมเมือง เฟื่องฟุ้ง
นั่นสายรุ้งเธอไปคว้า มาได้ไหม
เลือดหรือเนื้อพล่ามบ้า เหงื่อไคล
แล้วพวกมันเดินไป ไหนกันแล้ว

นกสีเหลืองเคยบิน ถิ่นเคยอยู่
พวกนกรู้ นกสองหัว ลวงเพื่อนแก้ว
ป่ายากไร้ใครจะตาย ไม่เอาแล้ว
มีบ่วงแร้วนายพราน อันตราย

ไม่มีไรดีกว่า ทุนบ้าคลั่ง
แล้วเพื่อนยังรถใหญ่ ให้คนใช้
ตีนลอยคอยสอพลอ ต่อหัวใจ
เรามาใกลเกินจะกู่ รู้ความจริง

มีความบ้า ความห่า และความห่าม
สวาปามไม่พอ รอบนหิ้ง
ปลดแต่เนื้อเถือหนัง ขว้างทิ้ง
ไม่ประวิงเวลา หามาเติม

โลกยังมีสองขั้ว รั้วสองข้าง
ยื้อความห่าม ปรามความบ้า หาส่งเสริม
มีความถูก ลูกความผิด จริตเติม
ยังเหมือนเดิม กิเลศหนา ราเอื้อเฟื้อ

แล้วสงครามครั้งสุดท้าย ได้อะไร
หรือมั่วไป ตายเปล่า เขาล่อเนื้อ
สำลักควัน สนองตัณ หาเพื่อ
เบียดความเบื่อ ซ้ำซาก อีกสักคราว

สดุดีเอาไป เราจะให้
กลีบดอกไม้กลิ่นดอกโมก อย่าโศกเศร้า
แล้วที่เหลือ มีแต่กล้า อย่ากลัวเขา
พรรคพวกเราหนังเหนียว และเพรียวลม

อีกไม่นานเกินรอ หรอกสหาย
เพื่อนจะได้สมใจ และสุขสม
สมใจอยากที่ตรากตรำ พร่ำตาข่ม
ฝืนระบบทนระกำเหมือนจำใจ

รอหน่อยน่า อีกไม่นานหรอกสหาย
ฝ่ายไหนพ่ายเราจะเหยียบและเสียบให้
เกมบ้าบ้า วิ่งหาในความตาย
ที่เหลือใบ้ มองไม่เห็น ในเป็นไป

อย่าเพิ่งเบื่อดูทีวี นะสหาย
ไม่เกินบ่ายหรอกน่า เกมวัดใจ
เป็นกองเชียร์ คอยเลีย สุขสดใส
ก็แค่ตาย ช่างมัน ฉันไม่แคร์

อีกไม่นานเกินรอ หรอกสหาย
ได้เลือกตายถ้วนหน้า จากพ่ายแพ้
เฮ้ย!! ที่นี่มันมีแต่คนแน่
ใช่ลูกแหง่ ฟันไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

เอาหละถึงเวลาที่ว่าแล้ว…..

 

มุมยิงประธานาธิบดี -อวสาน กันยายน 27, 2008

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 7:16 pm

เรื่องมันต้องจบ

ด้วยประกาศิตจากคำสั่งหยุดยิง
เจ้าหน้าที่ประจำปืนยังมันมือจากแรงกระเทือนของเครื่องชาร์จประจุและแรงสะท้อนถอยหลังเล็กน้อยจากการยิงเมื่อครู่
ด้านล่างควันไฟลอยออกมาจากพิกัด นต.27-4 เหลือไฟลามเลียรูโหว่ขนาดสองชั้นตึกมิลลิเนี่ยมสเตจ ควันจำนวนมากปกคลุมทัศนิยภาพด้านล่างจนมองด้วยตาเปล่าลำบาก แมงปอและแมงเม่าบินคุมเชิงในพิกัดตัวเอง รอคำสั่งต่อไปจากหริราช

…………………

แม้ไม่ตายด้วยการย่างสด แต่กล้ามเนื้อทั้งตัวก็ปวดระบมไปหมดด้วยแรงกระแทกอัดจากคลื่นพลังงานมหาศาล การกระจุกตัวของคลื่นทำให้เกิดกำลังงานเชิงกลได้ เหมือนเขาโดนนักเลงก้นซอยรุมกระทืบ
เมื่อแง้มแผ่นสะท้อนคลื่นออก แสงแรกทำให้เขาสายตาพร่ามัว มองเห็นสิ่งรอบกายเป็นสีขาวไปหมด
เขาเอามือขยี้ตา เพื่อให้ตาปรับภาพให้ชัด มันไม่เป็นผลมากนัก ภาพที่เห็นเบลอๆ นอกจากตามองแทบไม่เห็นแล้วหูเขายังไม่รับเสียงอีกด้วย บัดดนี้เขาฟังอะไรไม่ได้ยิน

หมดอาวุธแล้ว เขาก็สิ้นเขี้ยวเล็บ ในสภาพใกล้สิ้นลมของเขาสมองยังทำงาน

“ฮึๆๆ ฉันจะทิ้งไว้เพียงรหัสนัย”
“ความลับแห่งการฆ่าประธานาธิบดี จะคงอยู่กับเราตลอดไป”

นี่แผนสุดท้ายมันมาถึงไวเกินคาด ต่อไปโลกจะไม่มีอีกแล้ว ความคิดวกวนอยู่ในสมองเขาซึ่งมันคือกระแสไฟฟ้าเล็กน้อยที่ไหลเวียนอยู่ใน วุ้นขาวๆ เข้าช่องนี้ ออกช่องโน้น วุ้นเหล่านี้โดนยึดด้วยผังผืดยืดๆ และหุ้มด้วยกระดูกอีกที สมองที่ป้องกันหูติดกัน คิดถึงแผนสุดท้าย

เหลือสิ่งสุดท้าย อย่าประวิงเวลา แม้ว่ามันจะนึกได้ว่า เวลาที่ทำอะไรไม่ทันคือเวลาที่สำคัญที่สุด

แล้วกระแสไฟในวุ้นเละๆ นั้นก็ปั่นป่วน บางทีช๊อตเซอร์กิต
/อืม…ตอนที่เรียนมหาลัยปีสุดท้าย มีสาวมาหาเขาสองคน คนนึงอ้วน คนนึงผอม พวกเธอกำลังจะส่งโครงงานในวันพุธอยู่แล้ว วันนั้นคือวันอาทิตย์หรือไง

“ขาดเพียงโค้ทลิ้งเท่านั้นค่ะพี่”
“พี่คือคนที่โปรแกรมได้เนียนสุดในภาคแล้ว ช่วยพวกหนูด้วยนะ”
“ทั้งเทอมพวกเธอเอาเวลาไปทำอะไร”
“การเผางานก็เริ่มขึ้น”/

/ความอยากรู้ซอกซอนไปทั่ว
วันนั้นเธอพาเขาไปในหองเช่าของพวกกรรมกร เขาเลี้ยงเธอด้วยเบียร์ยี่ห้อสัตว์ชนิดหนึ่ง/

เขากุมต้นคอ มันปวดปลามาจากบริเวณนั้น
ตามองเห็นฉากขาวบ้าง ดำบ้าง ติดๆ ดับๆ เหมือนทีวีสายไฟช็อต
นี่มันมิติอะไรวะเนี่ย
แล้วภาพใบหน้าประธานาธิบดีก็ปรากฎอยู่ข้างๆ เขา ใกล้เหมือนจุถูกประธานาธิบดีจูบ

“แกโดนวัตถุหลอกให้ทำงาน”
“ท่าน…” เขาสะดุ้งสุดตัว ไม่คาดคิดว่าคนที่เขาแอบลอบสังหารจะตามหาเขาเจอ ปากเอ่ยคำออกไปอย่างอัตโนมัติ

แล้วภาพประธานาธิบดีเต็มตัวก็ปรากฎต่อหน้าเขา ไหนว่าประธานาธิบดีม่องเท่งไปแล้ว
“ปืนไตรโครตรอนใช้ไม่ได้ผลหรือไง ???”

/เด็กปั้มและเพื่อนเด็กปั้มในห้องเช่าที่อยู่รวมกัน/
/ภาระกิจที่กระทำโดยการเก็บเสียง และการร่อนยาวเพื่อบรรลุอะไรบางอย่าง/
/มือในแขนเสื้อยีนส์ ในแท็กซี่/

ร่างเขาเกร็งและกระตุกอยู่ในห่อแผ่นสะท้อนคลื่นบนทางเดินชั้นที่13 ของมิลลิเนี่ยมเสตจ เลือดยังไงก็เป็นสีแดง มันไหลออกจากรูจมูกและช่องปากจนเลอะพื้น

………………..

“เว้นตายข้าศึกไว้”…”จับเป็น”…”ขอย้ำ เอากลับมาแบบมีลมหายใจ”…
เสียง ของหริราชดังอยู่ในหูฟังใต้หมวกกันกระสุนโลหะของหน่วยพิสูจน์ภาคพื้น หลายสิบตีนวิ้งอ้อมรูโหว่ที่ติดไฟอยู่ขึ้นไปชั้นบนของตึกอย่ารีบเร่ง

…………………

/แท็กซี่จอดแล้ว สาววัยรุ่นในเสื้อยีนส์เดินลงไปพร้อมกับญาติ/ ภาพในความทรงจำโบราณมักตามหลอกหลอนผู้ที่จะออกจากด้านมืด  มารมักจะมาผจญตอนที่ใครจะเข้าร่วมกับด้านดี

สมองพาเราสู่จินตนาการ ไม่ทราบว่ามิติไหน
มันไม่มีอยู่จริงแต่เราก็จับยึดมันไว้เป็นอารมณ์

“วัตถุหลอกใช้งานคุณ” ใบหน้าประธานาธิบดีชัดขึ้นมาอีก น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยเมตตากว่าหนแรก
“ท่าน…” เขาคราง พร้อมยกมือเอื้อมขึ้นข้างบนที่ใบหน้าประธานาธิบดีลอยอยู่ เหมือนให้ดึงมือขึ้นจากอาการตกน้ำ
นี่มันมิติอะไรกัน เราอยู่ในที่ไหนกันแน่ หากที่ๆ อยู่ปัจจุบันคือที่จริงแล้วตอนที่เราส่องยิงคือความฝันหรือ

“วัตถุ หลอกใช้พวกเรามาตลอด…ให้เราผลิตมัน…ให้เราบำรุงรักษามัน…”
“ท่าน..นน..ประธะ..ธา..นาธิบดี ท่านตายหรือยัง” เสียงหลุดจากลำคอเขาแหบแห้ง ขาดเป็นห้วงๆ
“เห็นหรือไม่ว่าวัตถุมันเจริญงอกงามขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สายพันธุ์มนุษย์กลับทรุดโทรม มนุษย์เป็นทาสที่ทำให้พวกมันดีวันดีคืน”
ท่านปธน. ไม่ตอบแต่กลับพล่ามต่อในเรื่องเดิม

“มันเกี่ยวอะไรกัน” เขาเหมือนจะลอยอิสระ แต่ก็ถามไปตามน้ำ
“มนุษย์บางผู้ทุ่มเทแรงกายและแรงงานทั้งชีวิตเพื่อทำให้วัตถุดีขึ้นเท่านั้น ทำไมแกต้องเชื่อปืนไตรโครตรอน”
“หือ..อออ..” เขาเกือบกระจ่าง

“ปืนไตรโครตรอนมันทำได้แค่ย้ายมิติเดิมให้ข้ามาอยู่ในมิติใหม่ หากมนุษย์จะเรียกว่าตายข้าก็พึงประสงค์ พอกันทีกับความงี่เง่าที่ตกเป็นข้าทาสของวัตถุ”
“แสดงว่าผมก็ตายแล้ว” เขาเสียวสันหลังวาบ หรือปธน. จะแกล้งอำเล่น

หรือนี่คือห้องสอบสวนของศูนย์ติดตามเฝ้าระวังความเคลื่อนที่ของประธานาธิบดี ที่กำลังมอมยาเขา และใช้จิตวิทยาเพื่อหลอกเอาข้อมูลสำหรับถอดรหัสจากกล่องที่เขาทิ้งไว้ตรงมุม ยิงประธานาธิบดี

แสดงว่าิสิ่งที่เขาวางยาไว้ได้รับความสนใจ

แล้วอะไรคือความจริง มิติไหนคือความจริง
ภาพปัจจุบันคือเขากำลังนอน หมอบคุยอยู่กับใบหน้าประธานาธิบดีที่ลอยอยู่ไม่ไกล นอกนั้นเขามองเห็นเป็นสีขาวไปหมด ไม่มีวัตถุอื่นๆ นอกเสียจากบรรยากาศ

“เจ็ดแสนล้านที่ข้าถมทะเลทิ้งในมิติก่อนเพื่อพยุงลัทธิทุนนิยมงี่เง่ามันใช้ไม่ได้ผล”
” มันบริโภคกันบ้าระห่ำขนาดนั้น ใครจะเอาอยู่ วัตถุยึดครองพวกเราได้เกือบหมดแล้ว” ประธานาธิบดีพล่ามให้เขาฟัง ในขณะที่เขานอนเคลิ้มเหมือนฟังเพลงสวด

“ดีแล้วที่คุณมายิงผมทันเวลา ขอบคุณมากที่ทำให้ผมหลุดออกมาจากความเป็นทาสได้”
เหลือเชื่อ เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

…………………

เขารู้สึกว่ามีอะไรกระทุ่งไปตามลำตัวเล็กน้อย แม้หูเขาไม่ได้ยินแต่เขารู้สึกได้ว่าแรงนั้นคือพื้นรองเท้าที่กำลังถีบเขี่ย ไปตามตัวเขาเพื่อจะพลิกดูใบหน้า ความรู้สึกนั้นเบาบางเต็มที

หริราชกระโดดลงมาจากแมงปอก่อนที่ขาหยั่งแมงปอจะแตะพื้น ใบหน้าขาวคมไร้ขนตัดกับชุดสีดำยังเรียบนิ่งเหมือนปราศจากอารมณ์ ชายเสื้อคลุมเขาปลิวไปตามแรงลมที่ดูดโดยแมงปอ
ไม่นานนักเขาก็มาถึงพิกัด นต.27-4

“บอกแล้วไงว่าให้จับเป็น…” เขาตะคอกใส่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้มือ แล้วก็กระชากคอเสื้อจนสายคล้องปืนของเจ้าหน้าที่คนนั้นหลุดจากที่เกี่ยวรัด ไว้ ปืนประจำกายร่วงหลุดจากสายคล้องลงไปกระแทกพื้น

ระยำ..มันยังไม่ได้ล็อกไก สวิทย์มันอยู่ในตำแหน่ง ยช.

ปัง ปัง ปังปัง

กระสุนถูกถีบเข้ารังเพลิงด้วยแก๊สที่อัดจากการระเบิดของกระสุนนัดก่อน จนหมดแม็กกาซีน มันไร้ทิศทาง อ๋อ..ไม่ใช่ซิ มันมีทิศทางแต่ไม่ได้ควบคุมด้วยมือมนุษย์
ใครว่าวัตถุไม่มีความคิด

………………………..

ในฉากสีขาวนั้นภาพใบหน้าประธานาธิบดีแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ และบริเวณเดียวกันก็ปรากฏใบหน้าสีขาวเกลี้ยงแบบผิวพรรณที่โดนทนุถนอมด้วย ม้อยเจอไลเซอร์ ถึงแม้ว่ามันเป็นใบหน้าที่ปราศจากหนวดและเคราแต่ก็ดูออกว่ามันเป็นใบหน้า ผู้ชาย

(จบบริบูรณ์)