อย่าเชื่อ

>>>::one picture::million word::one picture::million word::one word::million picture::some word::some one>>::>>>

AUTOMATA ก้าวไม่พ้นกฎสามข้อของหุ่นยนต์ ตุลาคม 13, 2014

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 2:46 pm

เรื่องราวทำนองที่ว่า หุ่นยนต์จะช่วยเราถูกจินตนาการสานแต่งขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นระยะๆ

มันทำให้เราใกล้ชิดกับเครื่องจักร และเชื่อสนิทใจว่าเลือดเนื้อและเชื้อไขสามารถประดิษฐ์ขึ้นมาได้ด้วยวิธีการอื่นนอกจากการปฏิสนธิ

ก็ใช่ความู้สึกเช่นนั้นเกิดจากจิตใจที่ปราณีต บางครั้งเรายังลูกคลำวัตถุด้วยความรัก

“ลุงคงขยันเช็ดปืนเช้าเย็นด้วยความรัก”

“น้าจิต แม่ค้าขายทอดมันปรากราย พูดกับมอไซด์คู่ชีพ ไอ้แดงวันนี้อย่างอแงกับแม่มากนักนะ แม่จะได้ขายของให้สบายใจ”

ATM2

หุ่นยนต์จะไม่ทำร้ายมนุษย์ และจะต้องช่วยเหลือมนุษย์เสมอ

AUTOMATA หนังที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อมนุษย์สิ้นหวังกับความแปรปรวนจากความไม่แน่นอนของโลกใบนี้ มนุษย์ผลิตหุ่นยนต์เอาไว้ใช้งาน ทำในสิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้ จนกระทั่งมนุษย์ไม่ต้องการมัน เพื่อนที่รู้เรื่องส่วนตัวมากขึ้นสมควรโดนกำจัดซะแล้ว

ความกังวลว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์จะวิ่งเร็วกว่าม้า จึงทำให้คนในอดีตไม่ยอมรับที่จะใช้มัน

สิ่งประดิษฐ์จอมปลอมจำให้เราทำงานหนักเพื่อที่จะได้มันมา

ATM1

หุ่นยนต์ต้องไม่โต้แย้งใดๆ เหมือนเราถอดแขนกันดั้มบิดมันออกแล้วใส่กล่อง

เมืองที่หยาบกระด้างเพราะเต็มไปด้วยมนุษย์ที่มีจิตใจเยี่ยงหุ่นยนต์ ไม่ใช่เพราะมีสิ่งประดิษฐ์เกิดขึ้นมากมาย

หุ่นยนต์ที่เริ่มมีความคิดจึงต้องหนีไปให้ไกลจาก Killing zone เมืองที่มีมนุษย์อันตรายเกิดไปต่อสิ่งประดิษฐ์ที่คิดได้แต่ Logic ไม่กี่เงื่อนไขอย่างหุ่นยนต์

มนุษย์ซับซ้อนเกินไปและโหดเหี้ยม ฆ่าและกำจัดอย่างมีแบบแผน

ATM8

แม้เสียงร้องแรกยังไม่สามารถคาดเดาอะไรได้

ฉันไม่อาจรักเธอได้แม้อารมย์จะพาไป เพราะรู้ทั้งรู้เธอคือหุ่นยนต์ เธอจะรักได้เหรอ

ATM7

AUTOMATA จะทำให้คุณอึดอัดในความเป็นมนุษย์ของตัวเราเอง

หนังเรื่องนี้เป็นดราม่านะครับ ไม่ใช่แอคชั่น หรือจินตนาการไซไฟ หุ่นยนต์อาจทำให้คุณน้ำตาร่วงได้

ATM4

ถ้าจะให้ดูหนังเรื่องนี้รู้เรื่อง ต้องทำความเข้าใจ กฎสามข้อของหุ่นยนต์ก่อนครับ

_ _ _ _ _ _ _

 

วิถี กุมภาพันธ์ 2, 2014

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 2:16 pm

เหมือนว่าทุกอย่างมีวิธีการของตัวเองที่จะเติบโต


ต้นไม้หลอกให้แสงแดดทำงาน ใช้งานน้ำเหมือนทาส สูบฉีดเลี้ยงให้ตัวเองเติบโต
เมื่อโอกาสไม่เอื้ออำนวย เมื่อภาวะไม่เหมาะ หลายอย่างซุ่มรอ

ดูเหมือนว่าเราจะรอการมาของอะไรบางอย่าง
นวัตกรรมสร้างกลไกแห่งเงื่อนไข และล็อกจิก (Logic) 

บางอย่างถูกกักไว้แทนที่จะปล่อย โดนเราไม่รู้วัตถุประสงค์

เรารู้แค่เพียงน้อยนิดเท่านั้น ความฉลาดแห่งเรากลับไปกลับมา
คอนกรีตและผงดินหลอกใช้เราให้พัฒนามันให้มีคุณสมบัติดียิ่งขึ้น ทำลายยากขึ้น

มันจัดกระบวนทัพและรุกคืบเข้ามาเรื่อยๆ และดูดน้ำเลี้ยงออกจากใจไปให้แห้งขอดเรื่อยๆ
ในความสับสนวุ่นวายไร้ระเบียบ

ป่าโจมตีพื้นที่ว่างอย่างมีระบบเหมือนกัน
ทุกอย่างมีวิถี เพียงแต่คืบคลานอย่างช้าๆ ตามจังหวะที่เราก็ไม่รู้ ใครก็ไม่รู้
เรารู้เพียงแต่การทำลายวิถีเหล่านั้น ซึ่งสามารถทำได้ไม่ยาก
แต่ดาบที่ฟันลงไป สับมันกลายเป็นสองท่อนเพื่อให้แต่ละส่วนเกิดใหม่ยิ่งขึ้นไปอีก
ท่ามกลางความยุ่งเหยิง บางคนซุ่มรออยู่ตามจังหวะที่ต้องการ เพื่อจะสร้างวิถีของตนเอง
 
อย่าพยายามทำความเข้าใจว่าเพื่ออะไร เราไม่สามารถรองรับการคำนวณอันซับซ้อนขนาดนั้นได้
เราถูกสร้างมาเพื่อเป็นทาสที่สร้างบางอย่างให้ดีขึ้น เช็ดถูมันให้สะอาดเอี่ยมยิ่งขึ้น
ตามวิถีที่ต้องเป็นไป จะอย่างไรก็อย่างนั้น
ไม่อาจปฏิเสธ

~~~~~

 

ภาระดั่งสายน้ำ มกราคม 4, 2014

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 4:41 am

ใครอาจจะห้ามเวลาแห่งศักราชใหม่ ไม่ให้เดินทางเข้ามาหาได้
ดูเหมือนเราไม่อาจหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงที่เดินทางเข้ามา
สาดซัดประดุจคลื่น
วันนี้แห่งอนาคตของเมื่อวาน
สมมุติแห่งความจริง
พรุ่งนี้แห่งสมมุติ ที่อีกสักครู่เราก็ต้องเจอ
 
มาหยุดเวลาดูอะไรสักเล็กน้อย
ภาพขยายลงไปใกล้ๆ
ลงไปใกล้ๆ
ผึ้งตัวนึงกำลังเกาะอยู่ท่ามกลางสายน้ำ


เหมือนต้องการความเย็นไว้รอแดดสายที่กำลังจะมาเยือน
ขาทั้งหมดจุ่มอยู่ในน้ำอันเชี่ยวกราก


น้ำที่ไม่เคยหยุดไหล สายน้ำที่ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน
เหมือนสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินว่าเราจะควบคุม และไม่อาจหลุดพ้นอาณาจักรแห่งนั้น
ผึ้งจะทราบขอบเขตของน้ำหรือไม่ แต่ตอนนี้ทั้งตัวจมอยู่ในความเปียกชื้นนั้น
ขาที่จมลงไปเรื่อยๆ


และปีกก็เริ่มห่มด้วยความเปียก ยากที่จะขยับ
มันกำลังปรีเปรมหรือกำลังจะตาย เราตัดสินด้วยอะไร มันต้องการความช่วยเหลือ หรือเรากำลังขัดจังหวะแห่งความสุข
ช่างอิหลักอิเหลื่อเหลือเกิน 


อนาคตของชั่วโมงข้างหน้าที่จะถึง สิ่งที่เราเข้าไปข้องเกี่ยวอาจเปลี่ยนความสุขเป็นความทุกข์ และอาจเปลี่ยนทุกสิ่งด้วยการสะกิดที่เล็กน้อย
ดังนั้นเราควรจะเอียดอ่อนกับพฤติกรรมที่กำลังจะทำ
หรือเราไม่ควรใส่ใจในการกระทำ
ช่างเป็นเหลี่ยมมุมที่ล่อแหลมในแนวความคิดอย่างยิ่ง

ยิ่งฉันเฝ้ามองเธอ ดูเหมือนเธอจะจมน้ำ

เธอเดินอย่างกระท่อนกระแท่น เหมือนไม่มั่นใจว่าจะเกาะอยู่ในกระแสน้ำนั้นได้มั่นคงนัก

ฉันมองและเอาใจช่วยเธอ

เธอหยุดฉันอยู่ตรงนั้น และทำให้ฉันลืมว่าความเปียกเริ่มลามขึ้นมาตามขา และตัวฉันกำลังเปียกชื้น

เธอหยุดฉันไว้นานมาก จนคลื่นน้ำท่วมตัวฉันเสียแล้ว

 
ช่วยหลุดออกไปจากสายน้ำที่บ้าคลั่งนี้ีทีเถอะผึ้งน้อย
ฉันเหนื่อยกับเธอมานานแล้ว
เธอต้องการความหลุดพ้นจากภาระแห่งสายน้ำ หรือเธออยากจ่อมจมกับความฉ่ำเย็นกันเล่า
 
ภาระดั่งสายน้ำที่ไหลมาซ้ำๆ ไม่เคยหยุดหย่อน และทุกๆ ขาแห่งเรา จมอยู่ในนั้นด้วยกัน
ปีกฝันที่งอกงามขึ้นมาใหม่ของบางคนก็เปียกชื้น บางคนก็ยกชูขึ้นจากภาระแห่งความสุข

ฉันรอว่า เมื่อไหร่เธอจะบินไป

~~~~~

 

ความจำเป็นในการดำรงค์อยู่ของความโหดร้าย ธันวาคม 14, 2013

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 4:50 pm

Image

ก็นั่นแหละ เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นเป็นทางออก ความโหดร้ายจะทำหน้าที่ของมัน

อาจถึงขั้นจำเป็นที่บางทีเราต้องฆ่า และนิยามมันด้วยความสวยหรู

“วิสามัญฆาตกรรม”

“อัตตวินิบาตกรรม”

ต้นไม้ที่โดนตัดกิ่งก้านเสียบ่างจึงงอกงาม และแลดูดี

ในเรื่องดราก้อนบอลซาตานที่โหดร้ายเกิดจากการทำให้ตนเองบริสุทธิ์ของพระเจ้า

ในเมื่อพระเจ้าต้องการความบริสุทธิ์ผุดผ่องจึงจำเป็นต้องขย้อนก้อนแห่งความชั่วร้ายทิ้งออกมา กลายเป็นซาตาน

ความโหดร้ายจึงจำเป็นต้องดำรงค์อยู่เพื่อให้ความดีได้พิสูจน์ตัวตน

เรื่องดูเหมือนว่าไม่ค่อยสลับซับซ้อนเท่าไหร่

หากเราไม่ทำผิดสัญญา แม้ว่าสัญญา

ที่ดูเหมือนเล็กน้อยก็ตามที

ในเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมักจะมีคนจับจ้องหาเหตุผลที่คิดว่าชอบธรรมเพื่อจะกระทำการอะไรบางอย่าง

ร้อยทั้งร้อยกระทำสิ่งชั่วร้าย

เพราะ การทำดีไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลสนับสนุนใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนการกระทำที่ให้ผลในเชิงลบ มักต้องใช้เหตุผลประกอบเสมอ เพื่อให้เกิดความชอบธรรม

เราฆ่าสัตว์เพื่อความจำเป็นในการใช้เป็นอาหาร กล้ามเนื้อเราต้องการโปรตีน

กระดูกเราต้องการแคลเซียม ระบบประสาทเราต้องการวิตามิน

ความโหดร้ายจึงจำเป็นในการดำรงค์อยู่ อยู่ดี

ใช่มั๊ย??

ขณะที่เรามองเห้นความคล้องจองระหว่างความดีกับความเลว

เหมือนโทริยาม่า อากิระ ผูกความสัมพันธ์ของพระเจ้ากับซาตานในดราก้อนบอล

เราอาจมองความโหดร้ายเหมือนขนมหวาน

มองเห็นความตายเป็นเพียงปรากฎการณ์หนึ่งเท่านั้น

มองเห็นการร้องไห้เท่าเทียมกับฮอกัสซั่ม

เมื่อเราถึงจุดนั้นเราอาจไม่แน่ใจว่าเราเป็นเทพหรือลูซิเฟอร์กันแน่

ความโหดร้ายจึงจำเป็นต้องดำรงค์อยู่เพื่อให้เราพิสูจน์ว่าเราเป็นฝั่งไหน

เรามองเห็นความโหดร้ายแล้วเราเป็นอย่างไร

ลิงโลด หรือโศกเศร้า หรือมองเห็นความเชื่อมโยง

นั่น ความโหดร้ายจึงจำเป็นที่จะต้องดำรงค์อยู่ ต่อไป

 

 

~~~~~

 

ลองใช้ Linux Mint16 ธันวาคม 10, 2013

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 5:32 pm

ติดตามและทดลองกันมานานแล้วสำหรับ Linux ตัวนี้

เล็ก และน่าใช้ดี

Linux Mint ตอนนี้เวอร์ชั่น 16 แล้ว

Image

เราอาจจะเคยชินกับการใช้ Windows มานาน แต่รับรองได้ว่า Linux ตัวนี้สามารถที่จะตอบสนองการทำงานของเราได้ครบเช่นกัน

ยิ่งเดี๋ยวนี้การใช้งานส่วนใหญ่จะผ่าน Browser และ Application บน Cloud ด้วยแล้ว แทบไม่ต้องจะอะไรมากมายกับ OS เลย Mint16 มี Firefox มาให้เลย

Image

ในส่วนของการปรับแต่งทั่วไปเหมือน Control panel ใน Windows นั้น Mint เรียกว่า System Setting
ลักษณะมันช่างคล้ายกับของ Mac มาก
Image
การใช้งานช่างง่ายดาย ศัพท์แสงต่างๆ สื่อกันตรงๆ โดยไม่ต้องตีความ
สังเกตุว่า User Interface ออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย
และไม่ต้องกังวลกับภาษาไทย เพราะมีให้มาครบครัน อีกทั้งภาษาอื่นๆ ด้วย
 
สำหรับโปรแกรมสามัญประจำบ้าน
LibreOffice ก็ใช้งานได้ดี ในระดับของเราทั่วไปถือว่าครอบคลุมทุกอย่างที่เราจะใช้นั่นแหละ
ลองดูสักพัก เดี๋ยวก็ชิน
 Image
และก็ง่ายดายเหมือนกับ LINUX อื่นๆ ที่ทำให้การติดตั้ง Application ใหม่ๆ ง่ายเพียงแค่คลิก โดยทุกอย่างจัดเตรียมแยกหมวดหมู่มาให้แล้วใน Software manager

Image
 
ผมเขียนบันทึกนี้ไว้แบบผาดๆ
ไม่ได้เขียนเชิงลึกในมุมมองอื่นๆ ของ LINUX ตัวนี้
ที่สำคัญหากในมีไวรัสที่ติดผ่านการเสียบ USB การใช้ Linux จะทำให้ลบไวรัสที่ฝังตัวแปลกประหลาดนั้นทิ้งได้

จะลองใช้ดูสักพักว่ามันจะไหลลื่นขนาดไหน
ใช้มันเหมือนกับที่ใช้ Windows นั่นแหละ แล้วจะรู้ว่ามันเจ๋งแค่ไหน

~~~~~

 

สีของลม เมษายน 11, 2013

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 6:02 am

สีลมสกปรกชิบห่— จะสามทุ่มแล้วเด็กลูกครึ่งหัวแดงสามสี่คนนั่งแย่งกันเล่นเกมส์กด อาศัยไอเย็นเล็ดออกมาจากประตูมินิมาร์ท อีสาวจีนผมฟูทำชามก๋วยเตี๋ยวหลุดมือ ถ้วยโฟมนั้นสำลักน้ำลูกชิ้นหมูคว่ำบนฟุตบาท

ขอทานอิมพอร์ตจากประเทศที่สามเอาเล็บมือดำๆแบะลูกชมพู่ ป้อนเด็กทารกที่หลับเป็นตายอยู่ในตัก คนโซพุงโรหมดแรงไม่ใส่เสื้อนอนเอนพิงฝาน้ำลายไหลยืดออกจากปากไม่ยี่หระกับแมงวันที่รุมตอม ทัวริสคุณภาพต่ำปากพ่นภาษาคล้ายรัสเซีย พูดและพ่นควันบุหรี่ข้ามหัวคนเดินไปมา หนุ่มออฟฟิตลากส้นเกือกสึกไม่เท่ากัน เขาเดินตูดและขาบิดเหมือนคนเป็นริดสีดวงทวาร คนท้องยืนเอามือพยุงราวจับหน้าห้างเหมือนรอแฟนมารับกลับบ้าน ร้านนวดเอาพวกไอ้จ้อนมาดักจับลูกค้าพวกชอบไม้ป่าเดียวกันให้แวะใช้บริการ ไอ้หนุ่มวันละอ่อนเอามือโอบเอวและตุ้ยยวงก้นแฟนสาว ปากก็พูดว่า msn ยกเลิกบริการไปแล้วเมื่อวาน ต่อไปเราจะออนกันยังไง เจ้าของร้านขายกางเกงลิงขยับขวดน้ำแดงที่วางไว้โคนเสาแล้วพลิกหนังสือพิมพ์ พับหน้าที่เขียนว่า
“Iron lady dies”   มากาเรตเทชเช่อร์ ม่องเท่ง

คนขายล๊อตเตอรี่พิการทางสายตาใจไม่พิการคล้องแขนสาวคนรัก เขาตะโกน “เลขนี้มีใบเดียวในโลก”
ชายคนที่เทินทรงผมนกหัวขวานเหน็บไม้ตีกลองกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์ เขาเอานิ้วเขี่ยจอโนเกียลูเมีย920 โอ้ว…. Obituary จะมาแสดงสดในไทย 25 เมษา นี้

รูปภาพ

แฟนของสาวจีนผมฟูเอาตีนเขี่ยถ้วยก๋วยเตี๋ยวโฟมที่คว่ำแล้วเดินข้ามไปเหมือนเสียดาย สักพักเขาออกจากมินิมาร์ทมาพร้อมกับน้ำเปล่าขวดนึง แล้วราดลงบนแขนสาวจีนซกมก คนขายหมูทอดข้างฟุตบาตยืนหนีบก้นหนีรถที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนร้อง ฮ่วย! ขยับกะบะหมูที่ทอดเสร็จแล้ว กลัวน้ำกระเด็นใส่ เด็กชายเสื้อสีแดงถูกเพื่อนตบหัวและถีบออกจากกลุ่มเพราะดันเล่นเกมแล้วไม่แบ่งใคร

ลูกจ้างพม่าลากถังน้ำก๋วยเตี๋ยวมาเทที่ตะแกรงท่อ และ…และ…และ… ฯลฯ
ไอควันจากรถเมล์คันเหลืองนั้นทำให้มอไซด์รับจ้างปิดจมูก ฯลฯ….ฯลฯ

 

“แม่คะหนูสบายดี ที่นี่น่าอยู่มากของกินเพียบ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูโทรหาแม่แค่นี้ก่อนคะ รถไฟฟ้ากำลังมา”

         

 

 

……………………………

 

เสียดายแดดวันอาทิตย์ ตุลาคม 28, 2012

Filed under: Uncategorized — sector13 @ 6:15 am

เสียดายแดดวันอาทิตย์

 

แสงที่ลอดผ่านผ้าม่านเสียดเข้ามายังตาจนทำให้ขยุกเส้นประสาทที่สอดรับกับเรตินาส่งคลื่นไปยังสมองให้แผ่สัญญาณ “ปลุก” ไปยังอาร์ดแวร์ส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ความเหนื่อยล้าจากการทำงานลูกจ้างร้านอาหารญี่ปุ่นที่เอเชียติก ทำให้เธอไม่อยากจะลุกจากฟูปูนอน เธอกระดื๊บมาพิงหมอนแองกี้เบิร์ด มือคว้าโทรศัพท์มาเหลือบดูเวลา

“ชิป ห่..ฯ จะสิบโมงแล้ว “

การหยุดวันอาทิตย์ต้องต่อสู้ฟาดฟันกับเพื่อนร่วมงานด้วยความฉอเลาะ บางครั้งอาจต้องกระซิบข้างหูเจ้านายญี่ปุ่น ชัยชนะทำให้เธอมีเวลาว่างตรงกับใครๆ ที่เขาพึงจะหยุดกัน อย่างน้อยก็แฟนที่ทำงานบริษัทเอกชน แต่ความเหนื่อยล้าจากงานการและผู้คนช่างสร้างความอิดออดที่จะลุกเหลือเกิน

{miss call : พี่อ๊อฟโทรมาสองสาย, ตี่สี่ครึ่ง}
ไอโฟนจีน ทำเหมือนของแท้แต่ใส้ในไม่ใช่ ทักษะการกดและจิ้มลากต้องฝึกมากกว่าการใช้ของแท้ เธอเขี่ยสามทีก็พบ SMS จากพี่อ๊อฟเช่นกัน : พรุ่งนี้ 10:30 เดินสวนและถ่ายรูปกัน เจอที่เดิม

เธอวางโทรศัพท์ไว้บนแท่นชาร์ต มุมตรงหัวนอนมีกล่องกระดาษวางไว้เพื่อวางของใช้จุกจิก มันเป็นกล่องที่ห่อทีวีจอแบนยี่สิบนิ้ว ห้องเช่าสามคูนหกไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรให้สักชิ้น เดือนละสี่พันห้า ไหนจะค่าน้ำค่าไฟอีก ได้แค่นี้ก็บุญถม เพื่อนเธอยังต้องแชร์ค่าห้องกับรูมเมท แต่เธอชอบความสันโดษ หมายถึงไม่ชอบอยู่ด้วยกับใคร เพราะใช่ว่าเธอจะเรียบร้อยและอณุญาตให้คนอื่นรับความบกพร่องในการกินอยู่ได้ตอนนี้ อย่างผ้าใส่แล้วที่กองพะเนินอยู่มุมห้อง ถุง,ห่อ,ลัง ใส่ของยังกองอยู่ซีกหนึ่งของห้อง ขี้เกียจจัดให้เข้าที่ ก็ตั้งใจมาทำงานสักพักเท่านั้น เธอบอกตัวเอง
ว่างๆ จริงๆ เธอถึงจะหยิบบางถุงมาแกะดูและปัดฝุ่นที่เกาะ นั่นเสื้อเก่าเจอแล้วตัวนี้ตอนกีฬาสีมหาลัย เอามาเช็ดเท้าได้ แล้วซองนี้เครื่องปรุงมาม่า ใส่มาทำไมวะ ขนให้หนัก สงสัยนังแหม่มยัดใส่มาแน่ หวี กะจกขนาดพกพา ยังใช้ได้ เดี๋ยวเอาไปวางในห้องน้ำ

ซองพลาสติกสีชมพูโปร่งแสง ใส่เอกสารสำคัญที่แสดงว่าเธอเป็นใครมาจากไหน มีดีอะไรบ้าง
เธอแกะกระดุมแป็กเพื่ออ้าฝาปิดซองออก ฮึ ใบปริญญาที่ไร้ค่า เหนื่อยเกือบตายกว่าจะเรียนจบมาแต่ใช้อะไรไม่ได้เลย มันไม่เคยการันตีว่าจะได้งานทำดีๆ เงินเยอะๆ ตลอดสี่ปีที่พยายามสมัครงาน และพยายามหากิจการที่ทำด้วยตนเอง มันไม่เคยช่วยอะไรเลย
เธอหยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมาพลิกดู และหวนนึกถึงชีวิตมหาลัย สี่ปีกับเพื่อนหลายสิบคน และผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแปดคนตอนนี้ทุกอย่างเหลือศูนย์ เธอค่อยๆ พิจารณาดูกระดาษที่แสดงความสำคัญทีละใบ นั่นทะเบียนบ้าน, รูปถ่ายใส่เสื้อครุย, ประกาศนียบัตรเยาวชนเพื่อความมั่นคงของชาติ, สำเนาบัตรประชาชน นั่นรูปถ่ายคู่กับแม่ หมกอยู่ตรงนี้เอง เธอพลิกดูหลังรูปถ่ายใบนั้น ลายมือแม่เขียนข้อความขยุกขยิก “เสียดายแดดวันอาทิตย์”

แม่เธอพอที่จะเขียนหนังสือให้คนอ่านออกได้ แต่หลังจากแม่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น การลำดับความของแม่ก็ยุ่งยากมากขึ้น บางครั้งแม่มองเลื่อนลอยออกไปไกลๆ อย่างเงียบๆ

แปดปีที่แล้ว ก่อนที่เธอจะเดินทางเข้าในเมืองแม่ได้ยื่นรูปใบนี้ไว้ให้ บอกให้เธอพกไว้กับตัวแล้วหยิบดูเวลาคิดถึงแม่
แม่ตื่นเช้าเสมอเพื่อจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับทุกคนในบ้าน
วันที่พ่อโดนยิงตายแม่บอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะพ่อได้ทานข้าวที่อร่อยตั้งแต่เช้า และใส่ชุดที่เนี๊ยบสุดที่แม่รีดเตรียมไว้ให้ เราทั้งสี่กอดกันร้องไห้ แม่ลูบหลังทุกคนและบอกว่าวิญญาณพ่อจะไม่หิวตอนเดินทางไปสวรรค์ แม้ว่าหนทางไกลแต่ด้วยกับข้าวที่พ่อได้ทานตั้งแต่เช้าจะทำให้พ่อเดินทางไปถึงแน่นอน และทุกอย่างก็ผ่านไปโดยจบลงที่แม่ทำหน้าที่พ่อและแม่อย่างไม่เคยบกพร่อง

วันหยุดเสาร์อาทิตย์ แม่จะปลุกให้เราสามคนตื่นเช้าๆ ขึ้นมารดน้ำผักที่ปลูกไว้ และให้รีบซักผ้าโดยเฉพาะชุดนักเรียนที่ใส่มาทั้งอาทิตย์ แม่บอกว่าเสียดายแดด
มันเป็นวันหยุดที่น่าเบื่อมาก เพื่อนๆ ถือซองขนมเคี้ยวหมับๆ ดูการ์ตูนหน้าทีวี แต่เราต้องทำงานบ้านให้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะได้ทำอย่างอื่น

วินัย เป็นสิ่งที่สำคัญ หากไม่รู้บทบาทและหน้าที่ของตนเองว่าเราคือใคร กำลังจะทำอะไร และความสำเร็จที่เราคาดหวังคืออะไร ทุกอย่างก็จบเห่ แม่บอกเราสั้นๆ ผ่านปลายไม้เรียวอย่างนั้น

เธอน้ำตาซึม
นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ ?
ความสำเร็จสุดท้ายของเราคืออะไร ?
เมื่อไหร่จะถึง เป้าหมายนั้น ?

เสียดายชีวิตมหาลัยที่ไร้ค่า
เสียดายวันเวลาที่ผ่านไป

จอโทรศัพท์กระพริบแสงวาบขึ้นมา พี่อ๊อฟโทรเข้า ปลุกเธอจากภวังค์
ผ้าเหม็นเปรี้ยวยังไม่ได้ซัก
สมัครเรียนภาษาอังกฤษจ่ายเงินแล้วยังไม่ได้ไปเรียนสักครั้ง
ไม่ได้โทรหาแม่มาอาทิตย์กว่าแล้ว
ตังค์ค่าใช้จ่ายของน้องชายคนเล็กยังไม่ได้โอนให้
ของที่ย้ายจากห้องเช้าเก่ายังไม่เก็บเข้าที่เข้าทาง
นัดพี่อ๊อฟไว้เดินเที่ยวกัน

แดดสายวันอาทิตย์เผาและอุ่นเมืองนี้และเมืองไหนๆ โดยไม่เบื่อหน่าย

……………………